Call Center 02 619 2333ไทย | ENGLISH
ข้อมูลสำหรับ
นักลงทุน
ข้อมูลสำหรับนักลงทุน
เมนู
สารจากประธานกรรมการบริษัท

ในปี 2559 การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวเนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และ สถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ ประกอบกับกำลังซื้อจากภาคเกษตรกรรมยังไม่ฟื้นตัว ทำให้สินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง บริษัทฯ จึงได้มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ผลการดำเนินงานในปี 2559 ดีขึ้นกว่าปีก่อน 18.44% โดยรายละเอียด การจัดการในด้านต่างๆ มีดังนี้้

ผลการดำเนินงานในภาพรวม : ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (เรียกรวมกันว่า “กลุ่มบริษัท”) มีรายได้ในปี 2559 ทั้งสิ้น 4,118.30 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 1.12% แต่มีกำไรสุทธิ 392.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 18.44% เนื่องจาก

  1. การลดต้นทุนการผลิต โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่ม Secondary Process รวมทั้งการทำกิจกรรมกลุ่มส่งเสริมคุณภาพ (QCC) และ กิจกรรม Material Cost Improvement Program (MCIP) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำ อย่างต่อเนื่องเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้พนักงานคิดค้นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ถึงแม้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน แต่ต้นทุน การผลิตโดยรวมลดลง 2.10% มีผลทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 25.87% ในปี 2558 เป็น 26.60% ในปี 2559
  2. การกระจายสินค้าไปยังช่องทางงานโครงการ โมเดิร์นเทรด และตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้าน CLMV ที่อุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้างยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การขายสินค้าไปตลาดต่างประเทศ ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.39%
  3. การพัฒนาสินค้าใหม่ตามความต้องการของตลาด อันได้แก่ สินค้าทดแทนไม้ประเภทไม้พื้น ไม้ตกแต่ง ฝ้าระบายอากาศ เพื่อทดแทนไม้จริงที่หายากและมีราคาแพง รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์มวลเบาเสริมเหล็ก RLC (Reinforcement Lightweight Concrete) เช่น คานทับหลัง และ ครัวสำเร็จรูป ตามความต้องการของตลาด เป็นการเพิ่ม Product Mix ที่มี Margin สูงเพิ่มขึ้น
  4. การลดค่าใช้จ่ายด้านการเงิน และการบริหารสภาพคล่อง โดยในปี 2559 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 710.22 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอในการจ่ายเงินปันผล 278.43 ล้านบาท จ่ายคืนเงินกู้ระยะยาว 287.50 ล้านบาท ซึ่งทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง จาก 34.33 ล้านบาท ในปี 2558 เหลือ 18.56 ล้านบาท ในปี 2559 หรือลดลง 45.94%
  5. บริษัทฯ ขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำไรจากการขายที่ดินสุทธิ 23.12 ล้านบาท หลังหักค่าใช้จ่ายและภาษี เงินได้นิติบุคคล


การซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นสามัญคืน (Treasury Stock) เพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงิน ไม่เกิน 520 ล้านบาท จำนวนหุ้น 100 ล้านหุ้น ในราคา 5.20 บาทต่อหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารการเงิน เมื่อบริษัทฯ มีกำไรสะสมและสภาพคล่องทางการเงินสูง คือ มีเงินเพียงพอที่จะไปลงทุนในหุ้นของบริษัทฯ เอง เมื่อเห็นว่าหุ้นมีราคา ต่ำเกินจริง และการลงทุนในหุ้นของบริษัทฯ จะได้รับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น และเป็นเครื่องมือ ในการปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ เมื่อจำนวนหุ้นลดลง จะทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาหุ้นของบริษัทฯ ในปัจจุบันก็ปรับราคาเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อคืน

การกำกับดูแลกิจการที่ดี : บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2548 ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการ เป็นองค์กรชั้นนำที่มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดแนวทางปฏิบัติที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างเคร่งครัด โดยได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ดังนี้

  1. ได้รับ รางวัล 5 ดาว ( DRT Five-star award ) ซึ่งอยู่ในกลุ่มดีเลิศ (Excellent) และรางวัล Top Quartile ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่า 3,000-9,999 ล้านบาท โดยได้รับคะแนน 90% ในปี 2559 เท่ากับปี 2558 ตามเกณฑ์การสำรวจและวิธีการให้คะแนนที่สอดคล้อง กับโครงการ ASEAN CG Scorecard (ACGS) มากขึ้น
  2. ได้รับ รางวัลประเมินคุณภาพ AGM ของบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2559 โดยได้รับคะแนนเต็ม 100 (ดีเลิศ) จากสมาคมส่งเสริม ผู้ลงทุนไทย (TIA) เป็นปีที่ 6 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2559

ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม : บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มุ่งเน้น การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้มีการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการลดฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ โครงการลดการสูญเสียสารเคลือบ และการใช้เศษวัสดุเหลือใช้นำกลับมาใช้ผลิตใหม่ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และโครงการจัดการ ด้านพลังงาน เป็นต้น รวมทั้งการจัดกิจกรรม และออกบูธเกี่ยวกับพลังงาน เพื่อปลูกจิตสำนึกของการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า เพื่อ ประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน รวมทั้งได้รับการรับรอง ESG 100 ได้รับการรับรองเป็นสมาชิก “โครงการ แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต” (CAC) และเข้าร่วมเครือข่าย “หุ้นส่วนต้านทุจริตเพื่อประเทศไทย” (PACT Network) กับสถาบันไทยพัฒน์

ด้านการอบรมพัฒนาเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปี 2559 บริษัทฯ ส่งผู้บริหารเข้าร่วม อบรม หลักสูตรการเสริมสร้างทักษะนักปฏิบัติด้าน CSR ครบทั้ง 7 หลักสูตร และเข้าร่วมกิจกรรม “รณรงค์สิทธิมนุษยชนในชุมชน” จัดกิจกรรม “ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับเด็ก” และกิจกรรม “ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ” หรือ “Age-Friendly Business” กับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นต้น

การจัดสรรเงินกำไรปี 2559 : บริษัทฯ มีกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการทั้งสิ้น 392.28 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.39 บาท จากมูลค่าจดทะเบียน (PAR VALUE) หุ้นละ 1.00 บาท คณะกรรมการบริษัทฯ จึงเสนอให้จัดสรรกำไรเพื่อจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นแล้วในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 จึงคงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายเพิ่มเติมอีกหุ้นละ 0.15 บาท คิดเป็นร้อยละ 76.92 ของกำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 2559 โดยจะจ่ายภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นับเป็นการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แนวโน้มในอนาคต : คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ภาคเอกชนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เริ่มเปิด โครงการใหม่ๆ ภาครัฐเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และออกมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรกร ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น กอปรกับ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะทำให้การส่งออกดีขึ้น คาดว่าตลาดวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวดีขึ้น

คณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้ให้การสนับสนุนในกิจการของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องจนกิจการของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับจนถึงทุกวันนี้


นายประกิต ประทีปะเสน
ประธานกรรมการ