Call Center 02 619 2333ไทย | ENGLISH
ข้อมูลสำหรับ
นักลงทุน
ข้อมูลสำหรับนักลงทุน
เมนู
ประวัติบริษัท

บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2528 ภายใต้ชื่อ บริษัท นครหลวงกระเบื้องและท่อ จำกัด แต่เดิม บริษัทฯ เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) การดำเนินงานของบริษัทฯ จึงจำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้ผลิตกระเบื้องหลังคาและท่อให้กับบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการตลาดและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทฯ ผ่านเครือข่ายผู้ค้าส่งของตนเอง

เมื่อบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการทำธุรกิจของกลุ่มบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) จึงได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัทฯ ทั้งหมดในปี 2545 ให้แก่กลุ่ม บริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะ Holding Company เพื่อลงทุนในบริษัทโดยเฉพาะ โดยไม่ได้ประกอบธุรกิจอื่นแต่อย่างใด บริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด มีกลุ่มนายชัยยุทธ ศรีวิกรม์ กลุ่มนายประกิต ประทีปะเสน และกลุ่มคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ยกเลิกการผลิตท่อซีเมนต์ใยหินซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักเดิมของบริษัทฯ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเริ่มไม่เป็นที่ต้องการของตลาด กระเบื้องหลังคาจึงเป็นผลิตภัณฑ์หลักแต่เพียงอย่างเดียวของบริษัทฯ ดังนั้น ในวันที่ 3 เมษายน 2544 บริษัทฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชร จำกัด ซึ่งในปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องหลังคารายใหญ่ของประเทศไทย และบริษัทฯ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 หลังจากนั้น เนื่องจากบริษัทฯ มีสินค้าหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ใหม่และรองรับกับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งภาพรวมต้องมีความร่วมสมัย ความน่าเชื่อถือ ความเป็นสากล และสามารถใช้ได้กับหลากหลายธุรกิจนอกเหนือจากกระเบื้องหลังคา โดยยังคงความเป็น “ตราเพชร” อยู่ด้วย เพราะว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ไม่ใช่กระเบื้องอย่างเดียว บริษัทฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2554

บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลังคา แผ่นผนังและฝ้า ไม้สังเคราะห์ รวมทั้งสินค้าประกอบการติดตั้งหลังคาและสินค้าโครงสร้างของบ้านพร้อมให้บริการถอดแบบและติดตั้งหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ตราเพชร ตราหลังคา ตราอดามัส และตราเจียระไน ประกอบด้วย 5 กลุ่มหลัก

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์หลังคา แบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้
    • กลุ่มหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ ได้แก่ กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องลอนเล็ก กระเบื้องจตุลอน กระเบื้องเจียระไน และครอบ เป็นต้น
    • กลุ่มหลังคาคอนกรีต ได้แก่ กระเบื้องคอนกรีตแบบลอน “CT เพชร” และกระเบื้องคอนกรีตแบบเรียบ “อดามัส” และครอบ เป็นต้น
  2. กลุ่มผลิตภัณฑ์แผ่นผนังและฝ้า ได้แก่ แผ่นผนัง แผ่นฝ้า “ไดมอนด์บอร์ด” อิฐมวลเบา “ไดมอนด์บล็อก” คานทับหลังสำเร็จรูป “ไดมอนด์ ลินเทล” และครัวสำเร็จรูป “ไดมอนด์เคาน์เตอร์” เป็นต้น
  3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ไม้สังเคราะห์ ได้แก่ ไม้ฝา ไม้ระแนง ไม้เชิงชาย ไม้รั้ว และไม้พื้น เป็นต้น
  4. กลุ่มสินค้าพิเศษ ซึ่งประกอบด้วย 2 กลุ่มสินค้า ดังนี้
    • กลุ่มสินค้าประกอบการติดตั้งหลังคา ได้แก่ ฉนวนกันความร้อน แผ่นสะท้อนความร้อน แผ่นปิดชายกันนก สีทาปูนทรายเป็นต้น
    • กลุ่มสินค้าโครงสร้างของบ้าน ได้แก่ โครงหลังคาสำเร็จรูป โครงอเส แป และแผ่นยิปซั่มบอร์ด เป็นต้น
  5. การให้บริการถอดแบบและบริการติดตั้งระบบหลังคา ประกอบด้วยโครงหลังคาสำเร็จรูป หลังคาและกลุ่มไม้สังเคราะห์ จากทีมงานที่มีความชำนาญและทีมติดตั้งที่ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบจากบริษัทฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าเมื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการติดตั้งของบริษัทฯ จะได้รับบริการติดตั้ง และบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ สรุปได้ดังนี้
    • การให้บริการติดตั้งจากส่วนกลาง ประจำที่โรงงานสระบุรี เป็นช่างที่มีความชำนาญโดยปกติจะติดตั้งงานโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ เป็นต้น
    • การให้บริการติดตั้งส่วนท้องถิ่น ประจำร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยช่างท้องถิ่นต้องผ่านการฝึกอบรมและทดสอบ ความรู้และทักษะการติดตั้งหลังคา โครงหลังคา และกลุ่มไม้สังเคราะห์ อย่างมืออาชีพ สามารถนำไปแนะนำให้ความรู้กับกลุ่มช่างรายอื่นๆ ในท้องถิ่นได้ เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในชุมชนโดยรอบ รวมทั้งแนะนำวิธีการควบคุมการกำจัดเศษที่เกิดขึ้นจากการใช้งานได้อย่างถูกวิธี เป็นการช่วยลดมลพิษในอากาศได้อีกวิธีหนึ่ง

บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ดังนี้

  • ISO 9001:2000 ระบบการบริหารคุณภาพทั้งในระบบส่วนโรงงานและส่วนสำนักงาน จาก SGS
  • มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์กระทรวงอุตสาหกรรม
  • OHSAS18001:2007 ระบบการจัดการทางด้านชีวะอนามัยและความปลอดภัย จาก SGS
  • ISO 14000 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม อยู่ในช่วงที่บริษัทฯ เริ่มดำเนินการ
  • ได้รับไทยแลนด์แบรนด์ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

2559
เดือนพฤษภาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 289 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นสามัญคืน (Treasury Stock) เพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินไม่เกิน 520,000,000 บาท และจำนวนหุ้นไม่เกิน ร้อยละ 9.54 ของหุ้นที่ออกและชำระแล้ว คิดเป็น 100,000,000 หุ้น ซึ่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทฯ ซื้อหุ้นสามัญคืนทั้งสิ้น 99,996,200 หุ้น จำนวนเงิน 519,980,240 บาท ในราคา 5.20 บาทต่อหุ้น หุ้นที่ซื้อคืนดังกล่าว มีกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นคืนกับบุคคลภายนอกหลัง 6 เดือน นับตั้งแต่การซื้อหุ้นคืนแล้วเสร็จแต่ไม่เกิน 3 ปี บริษัทฯ ต้องจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560
2558
เดือนเมษายน
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 ด้วยที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 30 (ประจำปี 2558) ได้มีมติอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 1,692,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,049,650,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,047,958,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,047,958,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยการตัดหุ้นจดทะเบียนที่ยังไม่ได้ออกจำหน่ายจำนวน 1,692,000 หุ้น และแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของบริษัทฯ กับกระทรวงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2558
2557
กุมภาพันธ์
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 14 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 444,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 444,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,047,812,000 บาท
มิถุนายน
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 15 (ครั้งสุดท้าย) โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 146,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 146,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง เพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2557 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,047,958,000 บาท
2556
กุมภาพันธ์
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 11 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญจำนวน 505,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 505,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,038,609,000 บาท

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 ดำเนินการยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่อยู่ สำนักงานสาขาที่ 2 จากเดิมเลขที่ 490 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000 เปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็น เลขที่ 269 หมู่ที่ 3 ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2556 เป็นต้นไป
พฤษภาคม
การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 252 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2556 ได้มีมติอนุมัติให้จัดตั้ง บริษัท ไดมอนด์ วัสดุ จำกัด (“บริษัทย่อย”) เข้าทำสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ ที่ใช้ในการผลิตคอนกรีตมวลเบากับบริษัท พีซีซี ออโต้เคลฟคอนกรีต จำกัด (“ผู้ขาย”) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนในธุรกิจคอนกรีตมวลเบาที่จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นการขยายฐานตลาดในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มเติมจากโรงงานคอนกรีตมวลเบาแห่งแรกซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี

ชื่อบริษัท : บริษัท ไดมอนด์ วัสดุ จำกัด
สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ : 408/163-165 อาคารพหลโยธินเพลส ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
สถานที่ตั้งสำนักงานสาขา : เลขที่ 263 หมู่ที่ 10 ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้างรวมถึงการผลิตคอนกรีตมวลเบา
วัตถุประสงค์การลงทุน : เพื่อเป็นโรงงานผลิตคอนกรีตมวลเบาและวัสดุก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่
ทุนจดทะเบียน : 200.00 ล้านบาท (จำนวน 2.00 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100.00 บาท เรียกชำระเต็มมูลค่าหุ้นร้อยละ 100 คิดเป็นเงิน 200.00 ล้านบาท)
โครงสร้างการถือหุ้น : บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทั้งจำนวน คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 99.99 ของทุนที่ออกและชำระแล้ว
แหล่งเงินทุนที่ใช้ : กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินทั้งจำนวน
มิถุนายน
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2556 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 12 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 55,000 หุ้น ราคา หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 55,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,038,664,000 บาท
ตุลาคม
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 13 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 8,704,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 8,704,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,047,368,000 บาท
2555
กุมภาพันธ์
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 8 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 2,043,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 2,043,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,029,000,000 บาท
เดือนมิถุนายน
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 9 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 150,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 150,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,029,150,000 บาท
เดือนตุลาคม
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2555 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 10 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 8,954,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 8,954,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2555 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,038,104,000 บาท

การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 245 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2555 ได้มีมติเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทฯ ซึ่งเดิมมีกรรมการสองในหกคนลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัทฯ เพิ่มเป็นกรรมการสองในเจ็ดคนลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัทฯ โดยเพิ่มนายไมตรี ถาวรอธิวาสน์ กรรมการ ซึ่งได้จดทะเบียนแก้ไขกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทฯ ต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2555
2554
มกราคม
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2554 มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ จาก “บริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชร จำกัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)” และมีมติอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงตราประทับ ข้อบังคับ และหนังสือบริคณธ์สนธิของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ รวมทั้งมีการแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ เพิ่มจำนวน 3 คน ดังนี้
  1. นายไมตรี ถาวรอธิวาสน์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ
  2. นายกฤษณ์ พันธ์รัตนมาลา ดำรงตำแหน่งกรรมการ
  3. นายวุฒิไกร โสตถิยานนท์ ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ
กุมภาพันธ์
  • เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 5 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 2,236,300 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 2,236,300 บาท โดยบริษัทฯ ได้ ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,016,568,000 บาท
  • การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 225 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 ได้มีมติอนุมัติให้ลงนาม ในสัญญาจัดซื้อเครื่องจักรผลิตสินค้าไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดชนิดไม่มีใยหิน (โครงการ NT-10) กับ บริษัท MFL Faserzementanlagen Ges.m.b.H แห่งประเทศออสเตรีย โดยได้มีการลงนามสัญญา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 มูลค่าโครงการประมาณ 480 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่ม ผลิตได้ประมาณไตรมาสที่ 2/2555
  • การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 226 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 ได้มีมติอนุมัติให้ซื้อ ที่ดินมูลค่าประมาณ 117 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดินจำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวม 145 ไร่ 3 งาน 98 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ ตำบลตาลเดี่ยว (หลุบเลา) อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
มิถุนายน
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2554 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 6 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 2,732,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 2,732,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,019,300,000 บาท
กรกฎาคม
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ดำเนินการยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำนักงานสาขาที่ 3 ที่ตั้งบน ที่ดินแปลงใหม่ ที่ถนนมิตรภาพ ตำบลตาลเดี่ยว (หลุบเลา) อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
กันยายน
การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 233 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 ได้มีมติอนุมัติให้ลงนาม ในสัญญาจัดซื้อเครื่องจักรผลิตสินค้าอิฐมวลเบา (โครงการ AAC) กับบริษัท MASA GMBH. แห่ง ประเทศเยอรมัน โดยได้มีการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 มูลค่าโครงการประมาณ 595 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ประมาณไตรมาสที่ 2/2556
ตุลาคม
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2554 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 7 โดยมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 7,657,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาทคิดเป็นจำนวน 7,657,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,026,957,000 บาท
2553
กุมภาพันธ์
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 2 โดยมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญจำนวน 792,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 792,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,005,966,700 บาท

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 บริษัทฯ ได้เปิดสายการผลิต NT-9 ด้วยงบลงทุน 465 ล้านบาท

มิถุนายน
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2553 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 3 โดยมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 313,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นจำนวน 313,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,006,279,700 บาท

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 218 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 มีมติอนุมัติให้มีการลงทุนติดตั้งสายการผลิต NT-10 เพื่อผลิตไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดชนิดไม่มีใยหินขนาดกำลังผลิต 72,000 ตันต่อปี โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 480 ล้านบาท และจะใช้เวลาในการจัดซื้อ สั่งจ้าง และติดตั้งประมาณ 16 เดือน โดยคาดว่าจะสามารถผลิตสินค้าได้ประมาณไตรมาสสองของปี 2555

สิงหาคม
บริษัทฯ เริ่มจำหน่ายหุ้นซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2553 ณ สิ้นปี 2553 จำหน่ายหุ้นซื้อคืนไปแล้วทั้งสิ้น 18,475,500 หุ้น จำนวนเงิน 109,746,919 บาท
ตุลาคม
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553 เป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 4 โดยมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 8,052,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาทคิดเป็นจำนวน 8,052,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,014,331,700 บาท
2552
เมษายน
บริษัทฯ ซื้อหุ้นสามัญคืนเพิ่มเติมอีกจำนวน 17,967,700 หุ้น จำนวนเงิน 33,960,252.64 บาท ราคาถั่วเฉลี่ย 1.89 บาทต่อหุ้น รวมแล้วบริษัทฯ ซื้อหุ้นสามัญคืนทั้งสิ้น 37,376,800 หุ้น จำนวนเงิน 61,898,914.20 บาท ราคาถัวเฉลี่ย 1.66 บาทต่อหุ้น หุ้นสามัญที่ซื้อคืนดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาจำหน่ายคืนกับบุคคลภายนอกภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่การซื้อหุ้นสามัญคืนแล้วเสร็จแต่ไม่เกิน 3 ปี บริษัทฯ ต้องจำหน่ายหุ้นสามัญที่ซื้อคืนภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2555
สิงหาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 208 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2552 ได้มีมติอนุมัติการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ โดยไม่คิดมูลค่าให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัทฯ ซึ่งจัดสรรได้ทั้งหมด จำนวน 49,650,000 หน่วย
ตุลาคม
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 บริษัทฯ ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ให้แก่ กรรมการและ พนักงานของบริษัทฯ จำนวน 49,650,000 หน่วย

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งที่ 1 มีกรรมการและพนักงานใช้สิทธิทั้งสิ้น จำนวน 27 ราย โดยมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิ 5,174,700 หน่วย ในการเพิ่มทุนจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 5,174,700 หุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาทคิดเป็นจำนวน 5,174,700 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2552 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,005,174,700 บาท

พฤศจิกายน
เปลี่ยนแปลงผู้รับรองระบบมาตรฐานมาเป็น บริษัท ทูฟ นอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (TUV NORD) จากประเทศเยอรมนี (เดิมใช้บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (SGS)) ดังนี้
  • ISO 9001:2008 : ระบบการบริหารคุณภาพทั้งในระบบส่วนโรงงานและส่วนสำนักงาน
  • OHSAS 18001:2007 : ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • ISO 14001:2004 : ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552)

Upgrade การรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2000 เป็น ISO 9001:2008 และมีการเปลี่ยนนโยบายคุณภาพ

2551
เมษายน
ลงนามในสัญญาจัดซื้อเครื่องจักรสายการผลิต NT9 กับบริษัท MFL Faserzementanlagen Ges.m.b.H ประเทศออสเตรีย และ Rothenburg Co.,Ltd. ประเทศไทย
มิถุนายน
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 มีมติอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 49,650,000 หน่วย ให้แก่กรรมการและ/หรือพนักงานบริษัทฯ ภายใต้โครงการการเสนอจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่กรรมการและ/หรือพนักงานของบริษัทฯ พร้อมทั้ง อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ อีกจำนวน 49,650,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,000,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,049,650,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,049,650,000 หุ้น โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 49,650,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท และแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
กรกฎาคม
ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551
ตุลาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 198 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2551 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทฯ เพื่อการบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ภายในวงเงินไม่เกิน 75,000,000 บาท และจำนวนหุ้นไม่เกินร้อยละ 5.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด (50,000,000 หุ้น) โดยมีรายละเอียดตามแบบรายงานการเปิดเผยการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน (TS-1.2) ที่ได้แจ้งข่าวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 197 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2551 มีมติอนุมัติให้จัดตั้ง ศูนย์กระจายสินค้าที่จังหวัดขอนแก่น (HUB) เป็นแห่งแรก เพื่อให้บริการกับลูกค้าในพื้นที่ ต่างจังหวัดที่ไม่มีความพร้อมเข้ามารับสินค้าที่โรงงานสระบุรี ซึ่งสามารถให้บริการตั้งแต่ ต้นปี 2552
2550
มีนาคม
โครงการสายการผลิตไม้ฝา (NT8) เสร็จพร้อมผลิตในเชิงพาณิชย์T
กรกฎาคม
บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในด้านการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาระบบงานและการจัดการให้มีประสิทธิภาพ โดยการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมดสู่ Enterprise Resources Planning (ERP) โดยเลือกใช้ระบบซอฟแวร์ (Software) ของ SAP รุ่น ECC6 เข้ามาใช้แทนระบบเดิม ที่สามารถรองรับความต้องการของบริษัทฯ ได้ในปัจจุบันและอนาคต โดยมีฟังชั่นการทำงานใหม่ๆ ทำให้การพัฒนาสามารถต่อยอดที่ต่อเนื่อง มีการจัดเก็บข้อมูลแบบ Real Time และเชื่อมโยงทั้งองค์กร เพื่อการตัดสินใจในการบริหารจัดการที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยระบบใหม่เริ่มดำเนินงานในวันที่ 2 มกราคม 2551
กันยายน
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 มีมติอนุมัติให้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯ จากมูลค่าหุ้นละ 5.00 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งทำให้ทุนจดทะเบียนจำนวน 1,000,000,000.- บาท (หนึ่งพันล้านบาท) แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 200,000,000 หุ้น (สองร้อยล้านหุ้น) มูลค่าหุ้นละ 5.00 บาท (ห้าบาท) เปลี่ยนแปลงใหม่เป็นทุนจดทะเบียน 1,000,000,000.- บาท (หนึ่งพันล้านบาท) แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 1,000,000,000 หุ้น (หนึ่งพันล้านหุ้น) มูลค่าหุ้นละ1.00 บาท (หนึ่งบาท) และได้ดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2550
2549
กันยายน
โครงการสายการผลิตกระเบื้องคอนกรีต (CT5) เสร็จพร้อมผลิตในเชิงพาณิชย์
ตุลาคม
เปิดสถานีแก๊ส NG สำหรับทุกสายการผลิต FC, CT และ NT
กันยายน
ลงนามในสัญญาซื้อขายกระเบื้องสำหรับโครงการบ้านเอื้ออาทร กับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 175 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 มีมติดังนี้

  1. ยกเลิกคณะกรรมการบริหารตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2549 โดยให้จัดตั้งคณะกรรมการจัดการ ที่มีกรรมการผู้จัดการเป็นประธานกรรมการ มีรองกรรมการผู้จัดการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการจัดการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550
  2. อนุมัติให้นายศักดา มณีรัตนฉัตรชัย ลาออกจากการเป็นกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เนื่องจากเกษียณ อายุ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และให้แต่งตั้งนายอัศนี ชันทอง เป็นกรรมการและกรรมการผู้จัดการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550
2548
มกราคม
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548 มีมติให้ลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจาก 10 บาทต่อหุ้น เป็น 5 บาทต่อหุ้น และให้บริษัทฯ เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 40,000,000 หุ้น ต่อบุคคลในวงจำกัด และ/หรือประชาชนทั่วไปในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ และให้บริษัทฯ ดำเนินการเพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนหุ้นสามัญดังกล่าวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
มีนาคม
เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการเพิ่มสายการผลิตกระเบื้องคอนกรีต (CT5) และสายการผลิตกระเบื้องเจียระไน (NT8)
เมษายน
ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย(OHSAS18001:1999) จาก SGS
กันยายน
เริ่มผลิตและขายผลิตภัณฑ์สินค้าเจียระไน

นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ชนิดไม่มีใยหินออกสู่ตลาดภายใต้ตราสินค้าเจียระไน เช่น กระเบื้องมุงหลังคา แผ่นผนัง ไม้ระแนงแบบลบมุม และไม้เชิงชายแบบลบมุม

พฤศจิกายน
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อนุญาตให้รับหลักทรัพย์ของบริษัทฯเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

วันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2548 บริษัทฯ เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 เริ่มนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ธันวาคม
ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
2547
พฤษภาคม
ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ กระเบื้องคอนกรีตแผ่นเรียบ ภายใต้ชื่อ อาดามัส (ADAMAS)
สิงหาคม
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2547 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2547 มีมติให้บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และลดมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจาก 100 บาท เป็น 10 บาท ต่อหุ้น
ธันวาคม
จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในชื่อ บริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชร จำกัด (มหาชน)
2546
พฤษภาคม
ขายเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตท่อซีเมนต์ใยหินด้วยราคาขาย 10.3 ล้านบาท โดยขายให้บริษัท สยามนวธาร จำกัด ซึ่งเป็นการขายตามสภาพเครื่องจักรเนื่องจากเครื่องจักรไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว
ตุลาคม
ได้รับการรับรองคุณภาพระบบ ISO 9001:2000 จาก SGS ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) จากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (ตั้งแต่ปี 2531)
2545
มกราคม – เมษายน
ขายโรงงานผลิตท่อพีวีซี ทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์และสินทรัพย์ถาวรอื่น ด้วยราคาขายทั้งสิ้น 82.9 ล้านบาท จากมูลค่าทางบัญชีสุทธิ 74.8 ล้านบาท
มกราคม – พฤษภาคม
ดำเนินการโครงการพัฒนาระบบบริหารการผลิต (IMPAC) โดยมุ่งเน้นในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต และการให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงการลดต้นทุนการผลิตในทุกขั้นตอน
ธันวาคม
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ได้ขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทให้แก่ บริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด และ ผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก 6 ราย